“สิงโตขู่คำราม” กลุ่มชาติอังกฤษ จะต้องพบกับความไม่สมหวังอีกที หลังเป็นฝ่ายแพ้จุดโทษต่อ อิตาลี 2-3 ที่สนาม เวมบลีย์ ในเกมนัดหมายชิงแชมป์ บอลยูโร 2020 เมื่อคืนนี้วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2564   ทำให้พวกเขายังจะต้องรอคอยการบรรลุเป้าหมายต่อไปในทัวร์นาเมนต์รายการใหญ่ โดยคราวสุดท้ายที่พวกเขาทำสำเร็จเป็นการครองแชมป์บอลโลก เมื่อปี 1966 หรือย้อนกลับไปเมื่อ 55 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดีมีหลายเสียงวิจารณ์หลังเกมเป็นอย่างยิ่ง เกี่้ยวกับการตกลงใจของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษที่เลือกให้นักฟุตบอลอายุน้อยของกลุ่มมาเป็นคนยิงจุดโทษในเกมที่มีแรงกดดันสูง ทั้ง บูติดอยู่โย่ ซาก้า (19 ปี), เจดอน ซานโช่ (21 ปี) และก็ มาร์คัส แรชฟอร์ด (23 ปี) ซึ่งทั้งสามรายพลาดหมด โดยหลังเกม ผู้จัดการทีมวัย 50 ปี ออกมาอธิบายถึงเรื่องนี้ว่า “ทุกๆอย่างมันขึ้นอยู่กับผม พวกเขาไม่ได้เสนอตัว แม้กระนั้นผมเป็นคนตัดสินใจมอบหน้าที่นั้นให้พวกเขายิงจุดโทษเอง โดยพินิจพิเคราะห์จากภาพรวมสำหรับเพื่อการฝึก หากคุณจะโทษใคร คนนั้นควรจะเป็นผม แน่ๆพวกเขาจะไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แม้กระนั้นพวกเราจะอยู่เคียงคู่เขา”   นอกจากนี้ สมัยก่อนปราการหลังสิงโตขู่คำราม ยังได้เผยถึงสาเหตุว่าเพราะเหตุใดกลุ่มจึงหันมาเล่นเกมรับ และก็ตกลงใจเปลี่ยนตัวผู้เล่นที่ช้าเอามากๆ”เราเก็บบอลกันได้ไม่ดีพอเพียง โน่นทำให้เราเจอแรงกดดันที่มากขึ้น การดึงเกมให้ช้าลงจะทำให้พวกผู้เล่นพร้อมที่จะเล่นเกมบุก มันก็ดังการเดิมพัน ถ้าเกิดเราเปิดเกมรุกแลกเปลี่ยนก่อนหน้านี้ เราก็บางครั้งอาจจะแพ้ในช่วงต่อเวลาพิเศษก็เป็นไปได้”Continue Reading

หลังจากที่ อิตาลี ผงาดได้แชมป์ ยูโร 2020 ถึงอังกฤษ ข้างหลังเสมอใน 120 นาที 1-1 ก่อนเอาชนะจุดลูกโทษวินิจฉัย 3-2 ได้แชมป์มาครอบครองเป็นยุคลำดับที่สองภายหลังจากเคยคว้าทำได้สำเร็จในปี 1968 ทางยูฟ่าได้ประกาศรางวัลต่างๆที่เกิดขึ้น ข้างหลังจบทัวร์นาเมนท์นี้ในทันที ส่วนจะมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้างไปติดตามกันได้เลย ผู้เล่นเยี่ยมที่สุดของ : จานลุยจิ ดอนนารุมมา (อิตาลี)   นักฟุตบอลวัย 22 ปีรายนี้กำลังย้ายจาก เอซี มิลาน ไปร่วมทีม กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้โชว์เซฟสองจุดลูกโทษสำหรับในการดวลจุดลูกโทษของกับ อังกฤษ เมื่อคืนที่ เวมบลีย์ และช่วยให้ทีมของเขาได้แชมป์ ยุโรป สำเร็จ เป็นครั้งแรกตั้งแต่แมื่อปี 1968 นอกเหนือจากนี้เขายังเป็นผู้เฝ้าประตูคนที่สองที่ได้รับรางวัลดังที่กล่าวถึงแล้วต่อจาก ปีเตอร์ ชไมเคิล ของ เดนมาร์กในปี 1992 เขาเก็บคลีนชีตได้สามนัดและเสียสี่ประตูใน ทัวร์นาเมนต์ จากการลงเล่นไป 719 นาที มากกว่าผู้เล่นผู้อื่นในรายการ ทำเนียบนักฟุตบอลเยี่ยมที่สุด ศึกยูโร 7 ครั้งปัจจุบัน – ปี 2020 : จานลุยจิ ดอนท้องนารุมมา (อิตาลี) – ปี 2016 : อองตวน กรีซมันน์ (ประเทศฝรั่งเศส) – ปี 2012 : อันเดรส อิเนียสต้า (สเปน) – ปี 2008 : ชาบี้ เออร์นานเดซ (สเปน) – ปี 2004 : ธีโอโดคอยส ซาโกราคิส (กรีซ) – ปี 2000 : เซเนดีน ซีดาน (ประเทศฝรั่งเศส) – ปี 1996 : มัทธีอัส ซามเมอร์ (เยอรมนี) ดาวรุ่งเยี่ยมที่สุด – เปดรี (สเปน)   ในตอนที่ เปดรี กองกลางของ สเปน จาก บาร์เซโลนา ผงาดครอบครองรางวัลดาวรุ่งเยี่ยมที่สุดประจำทัวร์นาเมนต์ นักฟุตบอลวัย 18 ปีลงเล่นแทบทุกนาทีให้กับทีมชาติของเขาข้างหลังถูกสลับตัวออกมาจากสนามในช่วงต่อเวลาพิเศษในรอบก่อนรองชนะเลิศที่พบกับ สวิตเซอร์แลนด์ ก่อนหมดเวลาเพียงนาทีเดียวแค่นั้น “สิ่งที่เปดรีทำในทัวร์นาเมนต์นี้ ตอนอายุ 18 ยังไม่มีผู้ใดทำ แม้แต่อันเดรส อิเนียสต้าเองก็ไม่ได้ทำอย่างงั้น มันช่างไม่น่าเชื่อ ไม่ซ้ำใคร” หลุยส์ เอ็นริเก้ ผู้จัดการทีมฟุตบอลกล่าว ดาวซัลโว : คริสเตียโน โรนัลโด้ (โปรตุเกส)   คริสเตียโน โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติโปรตุเกส ที่ทำได้ 5 ประตูพอๆกับ ปาตริก ชิก แผงหน้าทีมชาติสาธาณเมืองเช็ก แต่ว่าจอมบุกแดนฝอยทองคำทำได้ 1 แอสซิสต์ ทำให้ โรนัลโด้ ครอบครองรางวัลดาวซัลโวประจำศึกยูโร 2020 ไปครอบครอง สถิติอื่นๆที่น่าสนใจ แข่งรวม 51 นัดContinue Reading

ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูกลุ่มชาติเบลเยียมของ เรอัล มาดริด สมาพันธ์ยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกา สเปน หลุดตั้งปัญหาถึง อ็องโตนี มาร์กซิยัล แผงหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่านับเป็นนักฟุตบอลระดับสตาร์เหรอ? ระหว่างการคุยในรายการ Pickx กับ แยน แฟร์เกน แผงหลังเพื่อนร่วมชาติ โดยในรายการ เราร์กตัวส์ถูกแฟร์เกนถามคำถามว่า “ให้เลือกนักฟุตบอลระดับสตาร์ 3 คน ที่ไม่ได้ลงเล่นในยูโรคราวนี้” ซึ่งเราร์กตัวส์ก็ตอบว่า “เซร์คิโอ รามอส แล้วก็ เอ่อ.. เอ่อ..” ก่อนที่เขาจะหัวเราะในเชิงยอมเพราะเหตุว่าคิดชื่อเพิ่มไม่ออก ทำให้แฟร์ทองเกนเฉลยคำตอบ โดยลิสต์รายนามนักฟุตบอลให้ฟัง ไล่ตั้งแต่ เออร์ลิง ฮาลันด์, อ็องโตนี มาร์กซิยัล, มาร์ก-อังเดร แทร์ สเตเกน, เวอร์จิล ฟาน ไดค์, นิโกโล ซานิโอโล, มอยเซ คีน, เอดินContinue Reading

โหมโรงก่อนศึกโคปา อเมริกา 2021 นัดหมายชิงแชมป์ ที่เตรียมฟาดลำแข้งกันเช้าตรู่วันอาทิตย์ที่ 11 ก.ค. 2564 เวลา 07.00 น. ตามเวลาของไทย อย่างที่แฟนบอลเข้าใจดี ปีนี้เป็นการชิงชัยระหว่างคู่ต่อสู้ในฝัน คู่รักคู่แค้นชั่วกัลปวสานอย่าง เจ้าภาพ ทีมชาติบราซิล เจอกับ ทีมชาติอาร์เจนตินา ปัจจุบัน เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติบราซิล ออกโรงจวกแฟนบอลเพื่อนร่วมชาติ หลังมีกระแสไม่น้อยที่ออกมาหนุนกองทัพฟ้าขาวให้ครองแชมป์โคขว้าง อเมริกา โดยเหตุผลเพราะเหตุว่าเป็นสาวกของ ลิโอเนล เมสซี จอมบุกจากบาร์เซโลนานั่นเอง สำหรับจุดเริ่มเรื่องราวดังกล่าวนี้ เกิดขึ้นเมื่อ ฟาบิโอลา อันดราเด นักข่าวหญิงสายกีฬาของบราซิล ออกมาแสดงจุดยืนว่าต้องการให้เมสซีได้แชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยเธอได้โพสต์ว่า “ก่อนจะเอาก้อนหินมาเขวี้ยงใส่ฉันในที่สาธารณะ ฟังฉันชี้แจงก่อน ฉันรักบราซิล ฉันรักวงการบอลบราสิเลียน ใช่ ฉันมีเพื่อนฝูงชาวอาร์เจนไตน์คนไม่ใช่น้อย แต่ฉันไม่ได้เชียร์อาร์เจนตินา ในเกมนัดหมายชิงโคขว้าง อเมริกา ฉันก็จะไม่เชียร์พวกเขา ไม่เลย แต่ฉันเชียร์เพราะเหตุว่าฉันรักบอล และ ลิโอ เมสซี @leomessi ชายคนนี้จำต้องได้แชมป์ในสีเสื้อทีมชาติของเขา! มันเป็นเรื่องที่เที่ยงธรรม!” ภายหลังจากโพสต์ของนักข่าวสาวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ปรากฎว่ามีคู่รักบอลไม่น้อยล้วนเชื่อตามความเห็นของอันดราเด ซึ่งแทบทั้งหมดก็ให้เหตุผลคล้ายคลึงกันโน่นเป็น ยกย่องในฝีเท้าของจอมบุกจากชาติคู่รักคู่แค้น และต้องการที่จะให้สมหวังเสียทีในวัย 34 ปี อีกทั้งแฟนบอลบราซิลยังขุ่นเคืองใจจากความผิดพลาดของกองทัพแซมบ้าชุดนี้มาจากบอลโลก 2018 ด้วยทำให้ปัจจุบัน เนย์มาร์ ถึงกับอดรนทนไม่ได้ ออกมาโพสต์ลงไอจีสตอรีในประเด็นนี้ยาวว่า “ผมเป็นคนบราซิล เป็นด้วยความรักอย่างเต็มองอาจภาคภูมิ ความฝันของผมตลอดชีพเป็นการได้เล่นให้ทีมชาติและได้ฟังแฟนบอลแผดเสียงร้องเกื้อหนุน” “ผมไม่เคยโจมตีหรือคิดจะโจมตีบราซิล เวลาพวกเขาชิงชัยใดๆ ไม่ว่าจะเป็นกีฬา, ประกวดนางงาม หรือออสการ์” “ถ้าสิ่งนั้นเป็นบราซิล เพราะเหตุว่าผมเป็นคนบราซิล และไม่ว่าใครก็ตามที่เป็นคนบราซิล ส่วนคนบราซิลที่เห็นต่างออกไป ก็ไม่เป็นไรนะ ผมให้ความนับถือ แต่ไปตกนรกซะเหอะ” สำหรับ เนย์มาร์ ทำไปแล้ว 2 ประตูให้บราซิลในทัวร์นาเมนต์นี้ นัดหมายที่เจอ ทีมชาติเวเนซุเอลา และ ทีมชาติเปรู ใน 2 เกมแรกของรายการ ต่อจากนั้นเขายิงไม่ได้อีกเลย แต่บราซิลก็ยังแกร่งพอที่จะผ่านเข้ามาถึงนัดหมายชิงแชมป์ โดยนัดหมายนี้จะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2007 ด้วย ที่บราซิลจะได้เจอหน้ากับอาร์เจนตินาในรอบชิงแชมป์ ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาบราซิลเคยเป็นแชมป์ 9 ยุค ส่วนอาร์เจนตินาเป็นแชมป์ 14 ยุค และมีลุ้นทาบสถิติสูงสุด 15 ยุคของอุรุกวัยในวันพรุ่งนี้Continue Reading

วินาทีที่ คริสเตียน อีริคเซ่น สลบแล้วก็ล้มลงสู่พื้น แล้วก็จะต้องได้รับการปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วน อาจจะส่งผลให้ภาพเรื่องความสูญเสียในสมัยก่อน ย้อนกลับเข้ามาในความนึกคิดของเหล่าแฟนบอล มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ คงเป็นเคสแรกๆที่ผู้คนจำนวนมากจดจำเจริญ ภาพที่เขาสลบล้มลงกึ่งกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย กระทั่งจะต้องถูกหามออกไปรักษาเบื้องต้นข้างสนาม แต่ว่าท้ายที่สุดก็ไม่อาจช่วยของเขาเอาไว้ได้เสร็จ กระทั่งความสูญเสียดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว กลายมาเป็นรอยด่างพร้อยปฏิบัติหน้าที่แข่งขัน ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003 แต่ว่าการสูญเสียในตอนนั้น ก็ได้แผ้วถางทางสู่อนาคตในการช่วยนักฟุตบอลในสนาม แข็งแค่ไหนก็ล้มได้ แม้ว่านักฟุตบอลอาชีพ จะเป็นฝูงชนที่มีสุขภาพแข็งแรงดี วิ่งเต็มดูดได้ตลอดทั้ง 90 นาทีที่อยู่ในสนาม กลับมีผู้เล่นมากยิ่งกว่า 100 คน ที่เคยล้มลงกึ่งกลางสนาม ซึ่งมากยิ่งกว่าครึ่งนั้น ไม่ได้โชคดีเหมือนกันกับมิดฟิลด์ของแดนวัวนมรายนี้ หนึ่งในเรื่องที่ผู้คนจำนวนมากจดจำเจริญ เป็นรายของ มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ มิดฟิลด์ตัวรับวัย 28 ปี ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ร่วมทัพทีมชาติแคเมอรูน ลงเตะใน ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003 ที่ประเทศฝรั่งเศส โฟเอ้ ลงเล่นในแมตช์ที่ แคเมอรูน เอาชนะ บราซิล กับ ตุรกี ไปได้ในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนที่จะได้พักในเกมที่เจอกับ สหรัฐอเมริกา แล้วก็กลับมาเป็น 11 ตัวจริงในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งจะต้องเผชิญหน้ากับ โคลอมเบีย ที่สนาม สตาด เดอ แฌร์ล็อง เมืองลียง แมตช์ดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วดำเนินมาถึงนาทีที่ 72 อยู่ๆโฟเอ้ ก็ล้มลงกึ่งกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย โดยไม่มีใครอยู่รอบกายตัวเขาเลย ผู้ตัดสินเป่าหยุดเกม แล้วก็เรียกให้ทีมหมอเข้ามารักษาเบื้องต้นเขาในสนาม ก่อนที่เขาจะถูกหามออกมาปั๊มหัวใจที่ข้างสนาม แล้วส่งไปรับการดูแลและรักษาที่ศูนย์การแพทย์ของ สตาด เดอ แฌร์ล็อง แต่ทว่าหลังเพียรพยายามกู้ชีพอยู่ยาวนานกว่า 45 นาทีก็ไม่เป็นผล เขาเสียชีวิตลงต่อไป วินฟรีด เชเฟอร์ ผู้จัดการทีมชาติ แคเมอรูนในในตอนนั้น เปิดเผยว่าเขาปรารถนาเปลี่ยนตัว โฟเอ้ ออกจากสนามก่อนหน้านั้น เนื่องจากว่าทั้งตัวเขาแล้วก็ทีมหมอ มีความเห็นว่ากองกลางรายนี้มีอาการล้า แล้วก็เคลื่อนที่ได้ช้าลง แต่ว่าเจ้าตัวยังปรารถนาเล่นต่อ เพื่อช่วยให้ทีมชาติของเขาเข้าสู่รอบชิงแชมป์ให้ได้ แมรี่-หลุยส์ โฟเอ้ เมียของตัวรุกรายนี้ ระบุว่ามิดฟิลด์จาก แมนฯ ซิตี้ มีอาการท้องเสียมา 2-3 วันแล้ว รวมทั้งมีปัญหากับกระเพาะอาหารของเขาด้วย แต่ว่าเจ้าตัวยังคงยืนยันที่จะลงเล่นให้กับทีมต่อ โฟเอ้ เสียชีวิตซึ่งๆหน้าเมียของเขา ที่เข้ามารับดูเกมข้างสนามในนัดนั้น ผลการชันสูตรศพของกองกลางรายนี้ พบว่าเขาเสียชีวิตด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจดก หรือ Hypertrophic Cardiomyopathy ซึ่งโรคดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วได้โอกาสเกิดขึ้นกับทุก 1 ใน 500 คนทั้งโลก พบได้ทั่วไปได้บ่อยครั้งในคนที่มีสุขภาพดี แล้วก็เป็นต้นเหตุการเสียชีวิตชั้น 1 ของผู้มีอายุน้อยกว่า 35 ปี หลักสำคัญก็คือ โฟเอ้ ได้โอกาสมีชีวิตรอดด้วย ถ้าเกิดได้รับการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องอย่างทันเวลา แต่ว่าในขณะนั้น เกือบจะไม่มีใครคาดการณ์ว่านักบอลที่มีสุขภาพแข็งแรงแบบนี้ จู่ๆจะล้มครืน จนกระทั่งขั้นเสียชีวิต โน่นก็เลยทำให้ ฟีฟ่า ตัดสินใจยกเครื่องทางด้านการแพทย์ใหม่ทั้งปวง เพื่อไม่ให้เรื่องดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง ชีวิตจะต้องมาก่อน ภายหลังเคสของโฟเอ้ สิ่งแรกที่ถูกเอามาเอ่ยถึง เป็นอาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน หรือเรียกแบบย่อว่า SCA (Sudden Cardiac Arrest) ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเวลา แล้วก็ทุกแห่งหน โดยไม่แบ่งแยกว่าคุณจะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขนาดไหนก็ตาม ฟีฟ่า ปรารถนารับประกันว่าผู้ที่มีการเกี่ยวข้องกับวงการบอลจะต้องรู้เรื่องหลักสำคัญดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว โดยยิ่งไปกว่านั้นกับเจ้าหน้าที่หมอ ที่จำเป็นที่จะต้องเข้ารับการฝึกฝนขั้นตอนในการช่วย ถ้าเกิดเจอผู้เล่น หรือผู้ตัดสินเจออาการ SCA ขึ้น ถ้าเกิดผู้เล่นล้มลงไปกับพื้น โดยไม่มีการเผชิญหน้ากับผู้เล่นรายอื่น และไม่สนองตอบหรือสลบไป ทีมหมอสามารถวิ่งลงไปช่วยเหลือได้ในทันที โดยไม่ต้องรอผู้ตัดสินเป่านกหวีดอนุญาต เนื่องจากว่าพวกเขาอาจมีเวลาเพียง 2 นาที หลังจากที่นักฟุตบอลล้มลงไป ที่จะจะต้องปั๊มหัวใจเพื่อทำ CPR แล้วก็ใช้เครื่อง AED นำกระแสไฟไปกระตุ้นหัวใจให้เต้นตามจังหวะปกติ เนื่องจากว่ายิ่งผ่านเวลาไปนานมากแค่ไหน จังหวะในการมีชีวิตรอดก็ยิ่งเลือนรางลงไป ในกรณีของ โฟเอ้ ไม่มีใครทำ CPR ให้เขาเลย แม้เขาจะสลบไปยาวนานกว่า 6 นาทีแล้ว แม้เจ้าตัวจะมีอาการตาเหลือก และไม่สนองตอบก็ตาม อาจเนื่องจากว่าเกือบจะไม่เคยปรากฏเลยว่ามีในกรณีที่นักฟุตบอลกำเนิดหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ระหว่างกำลังลงเล่นอยู่ในสนาม แต่ว่าโน่นก็ทำให้ทีมหมอ ผู้ตัดสิน สตาฟ แล้วก็ผู้เล่นต่างๆได้ทราบจะกับความเสี่ยงที่อาจย่างกรายมาหาพวกเขาได้ทุกครั้ง ทำให้หลายทีมเริ่มมีการเตรียมตัวมากเพิ่มขึ้น ด้วยเครื่องใช้ไม้สอยหมอที่ครบถ้วนกว่าเดิม รวมถึงกำหนดให้เครื่อง AED จะต้องมีประจำอยู่ทุกสนาม ไม่ว่าจะเป็นระหว่างแมตช์แข่งขันจริง หรือระหว่างการฝึกฝนก็ตาม ในปี 2006 ฟีฟ่า ได้เพิ่มมาตรการตรวจเช็คร่างกายของนักฟุตบอลทุกคนก่อนเริ่มเกม เพื่อตรวจสอบความแปลกของหัวใจ แม้ว่าพวกเขาไม่อาจตรวจพบทุกความแปลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ว่าก็พอเพียงที่จะคัดกรองความพร้อมของผู้เล่นในระดับหนึ่ง แล้วก็ในปีเดียวกันนั้น ทางพรีเมียร์ลีก ก็ได้ยกฐานะทางด้านการแพทย์ขึ้นไปอีกขั้น หลัง ปีเตอร์ เช็ค ผู้รักษาประตูของ เชลซี ได้รับบาดเจ็บกะโหลกศีรษะร้าว จากการเผชิญหน้ากับหัวเข่าของ สตีเฟ่น ฮันต์ จนกระทั่งขั้นสลบ แล้วก็จะต้องนอนรอรถพยาบาลในห้องแต่งตัวนานถึงครึ่งชั่วโมงContinue Reading

เดลี เมล สื่อดังของประเทศอังกฤษกล่าวว่า บียอร์น ไคเปอร์ส (Bjorn Kuipers) ผู้ตัดสินจากเนเธอร์แลนด์ที่จะลงปฏิบัติภารกิจในนัดชิงดำยูโร 2020 วันอาทิตย์นี้ เป็นกรรมการลูกหนังที่มีฐานะมั่งมีที่สุดในโลก สื่อดังกล่าวข้างต้นกล่าวว่า ท่านเปาชาวดัตช์มีสินทรัพย์ส่วนตัวราคาราว 11.5 ล้านปอนด์ (ราว 520 ล้านบาท) เมื่อปี 2016 โดยเจ้าตัวเป็นผู้ร่วมก่อตั้งซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีชื่อว่า จัมโบ (Jumbo) ในแดนกังหันลม ข้างหลังมีดีกรีปริญญาตรีด้านการบริหารธุรกิจ ตั้งแต่ยุคหนุ่มแน่นจากมหาวิทยาลัยรัดค่อยด์ ในเมืองไนจ์เมเกน   ไคเปอร์ส วัย 48 ปี เริ่มอาชีพเชิ้ตดำลูกหนังตั้งแต่ปี 2002 ก่อนขึ้นชั้นเป็นผู้ตัดสินระดับแถวหน้าของยูฟาตั้งแต่ปี 2009 โดยผ่านการลงตัดสินในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย มาแล้ว 2 ยุค และศึกยูโร รอบสุดท้ายอีก 3 ยุค ซึ่งแรงดลใจในอาชีพนี้ของเจ้าตัวเป็นป๋า ที่เคยเป็นผู้ตัดสินฟุตบอลในระดับครึ่งอาชีพนั่นเอง สำหรับ นัดชิงชนะเลิศยูโร 2020 ระหว่าง ทีมชาติอังกฤษ พบ ทีมชาติอิตาลี นี้จะถือเป็นอีกเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของไคเปอร์ส ข้างหลังเคยตัดสินนัดชิงชนะเลิศเกมระดับสมาคมในถ้วย ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก (2017) และ ยูฟา ยูโรปา ลีก (2013, 2018) มาแล้ว   ส่วนในศึกยูโรครั้งนี้ ไคเปอร์สลงปฏิบัติภารกิจไปแล้ว 3 นัด โดยแบ่งเป็นรอบแบ่งกลุ่ม 2 นัด และรอบ 8 ทีมสุดท้ายอีก 1 นัด ซึ่งในเกมนัดชิงชนะเลิศนี้ ไคเปอร์สจะได้ปฏิบัติภารกิจร่วมกับเพื่อนร่วมชาติ ซานเดอร์ ฟาน โรเกล และ เออร์วิน เซนสตรา ในฐานะผู้กำกับเส้น โดยมี คาร์ลอส เดล เซร์โร ชาวประเทศสเปนเป็นผู้ตัดสินที่ 4Continue Reading

บอล ยูโร 2020 รอบ 4 ทีมสุดท้าย คืนวันพุธที่ 7 กรกฎาคม 2021 อังกฤษ 2-1 เดนมาร์ก สนาม: เวมบลีย์ (ลอนดอน อังกฤษ) คะแนนนักฟุตบอล ทีมชาติอังกฤษ จอร์แดน พิคฟอร์ด – 6/10 วันนี้แทบจะไม่เจอบททดลองมากเท่าไรนัก แต่ว่ามองเห็นได้ชัดว่าวันนี้ฟอร์มหลุดไปพอสมควรโดยยิ่งไปกว่านั้นในตอนที่จะต้องเล่นบอลกับพื้น รวมทั้งการออกบอลมองปราศจากความเชื่อมั่นรวมทั้งขาดความแม่นยำไปๆมาๆกอย่างยิ่งจริงๆ จอห์น สโตนส์ – 7.5/10 เกมรับปฏิบัติภารกิจได้อย่างอดทนในวันนี้ มีจังหวะเข้าสะกัดรวมทั้งบล็อคลูกยิงสวยๆบ่อยมาก แฮร์รี แม็คไกวร์ – 7.5/10 เหมือนกันกับ สโตนส์ ที่เกมรับเล่นได้อย่างเหนื่ยวแน่น แถมยังมีโอกาสได้เพิ่มเติมขึ้นไปโขกลุ้นทำประตูบ่อยมาก ครอบครองบอลเหนี่ยวแน่น ออกบอลแม่นยำ ไม่มีข้อบกพร่องให้มองเห็นเลย ไคล์ วอล์เกอร์ – 7.5/10 เป็นอีกผู้ที่โดดเด่นอย่างมากในเกมรับ แม้วันนี้จะแทบจะมิได้เพิ่มเติมขึ้นสูง แต่ว่าการเฝ้าเกมรับทางกราบขวารวมทั้งการหุบเข้ามาช่วยตรงกลางทำได้อย่างไร้ที่ติในเกมวันนี้ ลุค ชอว์ – 7.5/10 มีบทบาทค่อนข้างมากมายสำหรับการเพิ่มเติมเกมรุก ค่อยต่อบอลประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมทางกราบซ้าย ได้ช่องเพิ่มเติมขึ้นลุ้นเปิดในกรอบจุดโทษสร้างช่องทางให้ทีมได้อยู่บ้างแบบเดียวกัน ดีแคลุกลน ไรซ์ – 7/10 ครึ่งแรกหน้าที่จะย้ำไปทางเกมรับด้วยการยืนต่ำประคับประคองคู่เซ็นเตอร์ แต่ว่าในตอนช่วงหลังมีโอกาสเพิ่มเติมเกมขึ้นสูงมากขึ้นช่วยต่อบอลเชื่อมเกมบริเวณกึ่งกลางสนามได้ค่อนข้างดี ติดอยู่ลวิน ฟิลลิปส์ – 7/10 ตอนครึ่งแรกหน้าที่กับเกมค่อนข้างน้อย แต่ว่าหลังจากที่ทีมบากบั่นเปิดเกมบุกก็เพียงพอจะมีบทบาทสำหรับการช่วยต่อบอลกับทีมอยู่บ้าง เล่นค่อนข้างแน่ๆ เอาชัวไว้ก่อนตลอด 120 นาที เมสัน เมานท์ – 6.5/10 มีโอกาสได้เล่นกับบอลอยู่บ้าง ค่อนเชื่อมเกมในแดนหน้า แต่ว่าวันนี้หน้าที่นับว่าไม่โดดเด่นมากเท่าไรนักContinue Reading

แปลงเป็นคลิปเรียกรอยยิ้มโดยทันทีกับจังหวะข้างหลังเกมที่ กลุ่มชาติอิตาลี เป็นข้างเอาชนะ กลุ่มชาติสเปน สำหรับการดวลจุดโทษ 4-2 ผ่านไปสู่รอบชิงชนะเลิศ สำหรับการแข่งขัน ฟุตบอลยูโร 2020 เสร็จ เมื่อคืนนี้วันอังคารที่ 6 ก.ค. ก่อนหน้าที่ผ่านมา โดยข้างหลังเกมจบลง บรรดานักฟุตบอลอิตาลี ได้รวมตัวกันวิ่งไปสังสรรค์กับแฟนบอลบริเวณข้างหลังประตู แต่ว่าในรายของ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ แนวรับตัวเก๋าของกลุ่มเก็บอารมณ์ไม่อยู่ได้วิ่งออกไปนอกสนามเพื่อเฮกับแฟนบอลบนอัฒจันทร์ ซึ่งข้างหลังเจ้าตัวสังสรรค์กับแฟนคลับเสร็จ ปราการหลังวัย 34 ปี จะเดินกลับเข้าสนามอีกครั้ง แต่ว่าเจ้าหน้าที่สนามกลับจำเขาไม่ได้เนื่องจากว่ารู้สึกว่าเป็นแฟนบอลที่กระโดดลงมาร่วมสังสรรค์ด้วย ทำให้เจ้าตัวถึงกับงงงวยทีเดียว ก่อนที่เจ้าตัวจะชี้แจงแล้วก็เดินกลับสู่สนามได้อีกครั้ง สำหรับ “กองทัพอัซซูร์ปรี่” สามารถทะลุผ่านไปชิงชนะเลิศ ฟุตบอลชิงชนะเลิศแห่งชาติยุโรป ได้เป็นยุคที่ 4 โดยจะเข้าไปรอคอยเจอกับผู้ชนะระหว่าง อังกฤษ กับ เดนมาร์ก ที่จะลงกระทำแข่งขันกันในคืนวันนี้Continue Reading

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงกัปตันทีมชาติโปรตุเกส ที่จบภารกิจสำหรับการแข่งขันฟุตบอล ยูโร 2020 ข้างหลังชาติรกรากของตนเป็นฝ่ายแพ้ให้กับ เบลเยียม 0-1 จอดป้ายสำหรับการแข่งขันเพียงแค่รอบ 16 ทีมท้ายที่สุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุด ตัวรุกซุปตาร์วัย 36 ปี ได้โพสต์ภาพครอบครัวพร้อมหน้าที่อยู่ร่วมเฟรมกับ จอร์จิน่า โรดริเกวซ เมียสาวคนสวย และลูกๆอีกทั้ง 4 คน กำลังล่องเรือยอร์ชหรูอยู่ในสมุทรเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมกับข้อความ “มันถึงเวลาต้องพักกับคนที่ผมรัก” ถือได้ว่าเป็นการไปสู่ตอนพักข้างหลังต้องกรำศึกหนักลงแข่งขันมาโดยตลอดทั้งปี อย่างไรก็แล้วแต่อีกสิ่งหนึ่งที่บรรดาสื่อใหญ่พากันให้ความสนใจก็คือ เรือยอร์ชสุดหรูลำใหม่ของเจ้าตัวที่พึ่งทุ่มเงินมากถึง 5.5 ล้านปอนด์ (ราว 245 ล้านบาท) มาถือครองเมื่อปีที่ผ่านมานั่นเอง โดยเรือลำนี้ก็คือ Azimut Grande เรือสบายลำหรูยาว 88 ฟุต ติดตั้งด้วยเครื่องจักรกล 1,900 แรงม้าสองตัว สามารถทำความเร็วได้ถึง 28 นอต ทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีน้ำหนักมากถึง 93 ตัน ข้างในมีห้องเช่าขนาดใหญ่ 5 ห้อง ให้ความรู้สึกราวกับการเข้าพักในโรงแรมระดับ 5 ดาว ซึ่งทุกห้องติดตั้งด้วยเครื่องปรับอากาศ และบริการ Wi-Fi ยิ่งไปกว่านี้ยังมั่งคั่งด้วยความสบายสบายไม่ว่าจะเป็น ส้วม 6 ห้อง, ครัวที่ทันสมัย, ห้องกินอาหารสุดหรู รวมทั้งบนดาดฟ้าเรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วนอีกทั้งเลานจ์ขนาดใหญ่, อ่างจากุชชี่น้ำร้อน และพื้นที่พัก 2 แห่ง เหมาะกับเหล่าลูกๆของเขาเป็นอย่างยิ่ง สำหรับที่ผ่านมาครอบครัวของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ชอบใช้ระยะเวลาสำหรับการพักด้วยการลวงงเรือนอกริมฝั่งไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆในแถบยุโรป เพราะมันทำให้พวกเขาสามารถหลีกลี้ความโกลาหลในเมืองได้อย่างดีเยี่ยมContinue Reading

วูล์ฟแฮมป์ตัน คว้าตัว ฟรานซิสโก้ ตรินเกา มิดฟิลด์ดาวรุ่งบาร์เซโลนา ด้วยข้อตกลงยืมตัวจนถึงจบฤดูกาลหน้า วูลฟ์แฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส เซ็นสัญญายืมตัว ฟรานซิสโก้ ตรินเกา ตัวรุกดาวรุ่งชาวโปรตุกีสจาก บาร์เซโลนา เป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อย เว็บไซต์ของสมาคม วูลฟ์แฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ประกาศยืนยันการเซ็นสัญญากับ ฟรานซิสโก้ ตรินเกา ปีกดาวรุ่งทีมชาติโปรตุเกสมาจาก บาร์เซโลน่า ด้วยข้อตกลงยืมตัวตลอดฤดูกาล 2021-22 เป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ตรินเกา ย้ายไปสู่ถิ่น โมลินิวซ์ สเตเดี้ยม ด้วยข้อตกลงยืมตัวหนึ่งฤดูกาล พร้อมเงื่อนไขเซ็นสัญญาถาวรจากนั้น โดย สกายสปอร์ต สื่ออังกฤษ เดาว่าจำนวนการย้ายทีมอยู่ที่ 25 ล้านปอนด์ ทั้งนี้ ดาวเตะชาวโปรตุเกสวัย 21 ปี ย้ายจากบราก้าไปร่วมทีม “บาร์ซ่า” เมื่อปีที่แล้ว ด้วยค่าตอบแทนราว 31 ล้านยูโร พร้อมข้อตกลงในถิ่นคัมป์ นูถึงปี 2025 แล้วก็ค่าฉีก 500 ล้านยูโร ฤดูกาลที่แล้วเขาได้ช่องลงเล่นให้บาร์ซ่าถึง 41 นัดหมายทุกรายการ แม้กระนั้นเป็นตัวจริงเพียงแต่ 9 นัดหมาย ผลงานยิง 3 ประตู 2 แอสซิสต์Continue Reading